ลดน้ำหนักแบบไม่ โยโย่ ทำได้อย่างไร

หลังจากทีได้น้ำหนักเป็นที่พอใจแล้ว ก็มีปัญหาที่กลัวเข้ามาอีกอย่างคือ กลัวว่าจะกลับมาอ้วนอีก หรือที่หลายคนรู้หรือเคยได้ยินบ่อย คือ “โยโย่” ถ้ากลับไปอ้วนใหม่มากกว่าเดิม นั่นก็แสดงว่า ที่อดทน มุ่งมั่น รวมทั้งเงินที่ลงทุนไปกับการลดน้ำหนักมาก็สูญเปล่า แถมน้ำหนักมากกว่าเดิมอีก ตายแหล่ว!  อกอีแป้นจะแตก (อีแป้นคือใคร ?) อย่าไปสนใจเลยค่ะ มาว่ากันเรื่อง “โยโย่” ของเราต่อดีกว่า

“โยโย่” เกิดจากอะไร ใครรู้บ้าง ? โยโย่เกิดจากการที่เราลดน้ำหนัก แต่เราดันลดน้ำหนักด้วยวิธีการที่ผิดๆ เช่น การอดอาหาร กินยาลดความอ้วน เป็นต้น หรือวิธีการอื่น ๆ ที่ทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายของเราลดน้อยลง ตัวอย่างเช่น จากเดิมอัตราการเผาผลาญอยู่ที่ 2,000 กิโลแคลอรี่ ต่อวัน หลังจากลดน้ำหนักด้วยวิธีการผิด ๆ ไปซักพักหนึ่งแล้ว น้ำหนักก็ลดลงนะคะ แต่เป็นการลดลงของน้ำหนักที่มวลกล้ามเนื้อ ไม่ใช่มวลไขมัน ส่งผลให้ระดับการเผาผลาญของร่างกายลดลงเหลือแค่ 1,500 กิโลแคลอรี่ ต่อวัน

และแล้วเมื่อเรากลับมาทานอาหารปกติ ซึ่งเราจะได้พลังงานประมาณ2,000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน  แต่ตอนนี้ร่างกายเราเผาผลาญเพียง 1,500 กิโลแคลอรี่ ต่อวัน เท่ากับเราเหลือแคลอรี่สะสม 2,000-1,500 = 500 กิโลแคลอรี่ ต่อวัน เป็นแบบนี้ไปหนึ่งสัปดาห์น้ำหนักของเราจะเพิ่มขึ้น 500 x 7 = 3,500 กิโลแคลอรี่ ซึ่งเท่ากับ 0.5 กิโลกรัม ครบเดือนนึงน้ำหนักของเราจะเพิ่มขึ่น 0.5 x 4 = 2 กิโลกรัม  อุ๊ย! ต๊ายตาย อกอีแป้นจะระเบิด (อีแป้นมาอีกล่ะ)

ที่โหดร้ายขึ้นไปอีกครือว่า การเกิด “โยโย่” ของน้ำหนักที่เราลดได้ มันมักจะเปิ้ล 2 เท่าจากที่ลดได้ แบบว่า อยากลดน้ำหนักแบบผิด ๆ ดีนัก หมั่นไส้ แถมให้อีกเท่าตัว หุย! คิดง่าย ๆ ถ้าลดน้ำหนักจาก 70 เหลือ 60 ลดได้ 10 กิโล แต่ถ้าโยโย่ มันจะเปิ้ลกลับให้เพิ่มกลับ 20 กิโล กลายเป็นน้ำหนักกระโดดไปอยู่ที่ 60+20 = 80 กิโลกรัม อีแป้นเป็นลมแพร่บ!!! แล้วเราก็พยายามลดน้ำหนักอีก แต่ด้วยวิธีผิด ๆ อีก ทีนี้ล่ะ! น้ำหนักของเราจะกระโดดไกลไปเป็น 90 ถ้าทำผิดอีกเราก็จะกลายเป็น “สาวน้อย 100 โล กลิ้งกันไปเลยค่ะ” กลายเป็นยิ่งลด ยิ่งเพิ่มมากกว่าเดิม เอ้า! ตั้งสติมาอ่านต่อว่าทำไมการเผาผลาญของเราถึงลดลง

สาเหตุที่ทำให้ร่างกายของเรามีอัตราการเผาผลาญลดลง ในระหว่างที่ลดน้ำหนักแบบผิด ๆ มีสาเหตุมาจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง หรือทั้งสองสาเหตุนี้รวมกัน คือ

  1. กินโปรตีนไม่เพียงพอ เพราะยิ่งเรามีมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งก็คือโปรตีน ในปริมาณมากขึ้นเท่าไหร่ ร่างกายของเราก็จะยิ่งเผาผลาญพลังงานมากขึ้นเท่านั้นเช่นกัน การที่เรากินโปรตีนไม่เพียงพอระหว่างลดน้ำหนัก จะทำให้ร่างกายสูญเสียโปรตีนหรือมวลกล้ามเนื้อไประหว่างลดน้ำหนักด้วย เมื่อโปรตีนในร่างกายได้รับน้อย มวลกล้ามเนื้อก็ลดลงร่างกายก็จะเผาผลาญลดลงตามไปด้วย โดยปกติเมื่อเราลดน้ำหนักแบบผิด ๆ เมื่อน้ำหนักลดลงทุก ๆ 4 กิโลกรัม มวลกล้ามเนื้อของเราจะหายไปถึง 1 กิโลกรัม
  2. ได้รับพลังงานจากอาหารน้อยเกินไปที่ร่างกายจะทำงานได้ตามปกติ  ร่างกายของเรามีอวัยวะต่างๆ มากมายที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา ร่างกายของเราจึงต้องการพลังงาน อย่างน้อย 800 กิโลแคลอรี่ เพื่อให้อวัยวะต่างๆ สามารถทำงานได้ตามปกตินะคะ สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรากินอาหารได้พลังงานน้อยกว่า 800 กิโลแคลอรี่ก็คือ ร่างกายเราจะคิดว่าอยู่ในสภาวะอดอยากใกล้ตาย จึงเปลี่ยนระบบการทำงานให้ประหยัดพลังงานที่สุด เพื่อรักษาชีวิตให้อยู่ต่อไปได้นานที่สุด ทำให้ร่างกายอยู่ในโหมด จำศีล  อวัยวะแต่ละส่วนจะพยายามทำงานให้น้อยที่สุด ส่งผลให้ร่างกายเราเผาผลาญพลังงานน้อยลง ยิ่งอยู่ในสภาวะที่ได้พลังงานน้อยเกินไปนานแค่ไหน ร่างกายก็จะยิ่งเผาผลาญพลังงานน้อยลงเท่านั้น

เมื่ออวัยวะเราทำงานน้อยลงหรือทำงานบกพร่อง ทำให้เรามีโอกาสที่จะเป็นโรคต่างๆได้ง่ายขึ้น หรือเป็นแล้วหายยากขึ้น คนที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีการผิด ๆ ที่ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานน้อยเกินไป จึงมักสุขภาพไม่แข็งแรง น้ำหนักลดลงยาก น้ำหนักเพิ่มขึ้นง่าย คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หากทานอาหารที่ให้พลังงานน้อยเกินไป อาจจะทำให้อาการทรุดลงจนเสียชีวิตได้จึงควรระวังเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ร่างกายจะพยายามเก็บไขมันไว้ใช้ในยามจำเป็นให้มากที่สุด ผลก็คือเราจะมีไขมันสะสมเพื่อขึ้น มีปัญหาเรื่องสัดส่วน ส่วนเกินที่ไม่อยากมีมากขึ้น คนที่ลดน้ำหนักแบบผิดๆ จึงมักจะมีปัญหาเรื่องสัดส่วน ส่วนเกินมากกว่าคนที่มีน้ำหนักพอๆ กันที่ลดแบบถูกวิธี และปลอดภัย สุขภาพดีกว่า

แล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะไม่ โยโย่ หลังออกจากโปรแกรมลดน้ำหนัก ง่าย ๆ ไม่ยากค่ะ แค่…..ก็ทำตรงข้ามกับสาเหตุที่ทำให้การเผาผลาญของเราลดลง โดยทำตามนี้ เด้อหล่า!

  1. กินโปรตีนให้เพียงพอในระหว่างลดน้ำหนัก เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อไว้
  2. กินให้ได้พลังงานไม่ต่ำกว่า 800 กิโลแคลอรี่ต่อวัน เพื่อไม่ให้ร่างกายของเราเข้าโหมด จำศีล

แม้ว่าเราจะลดน้ำหนักด้วยวิธีการที่ถูกต้องไม่ทำให้เกิดโยโย่ แต่เราจำเป็นต้องให้เวลากับร่างกายของเราปรับตัว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาหลังจากออกจากโปรแกรมลดน้ำหนัก เพราะร่างกายของเราจะมีการเก็บจดจำข้อมูลเรื่องการลดน้ำหนักของร่างกายเอาไว้ เพื่อให้ร่างกายเราทำงานได้อย่างเหมาะสม

ดังนั้นเมื่อเราลดน้ำหนักได้ตามที่ต้องการแล้ว เรายังต้องคงสภาพกาารกิน การออกกำลังกายเหมือนตอนที่เราเข้าโปรแกรมลดน้ำหนักต่อไปอีกสักระยะ แล้วค่อยๆ ปรับการกินและการออกกำลังกายให้กลับมาเป็นปกติ โดยใช้เวลาในการปรับตัวประมาณ 3-6 เดือน เพื่อให้ร่างกายสามารถจดจำน้ำหนักใหม่ของเราได้ แล้วหลังจากนั้นเราก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบมีความสุขตามปกติ โดยที่ไม่ทำให้เกิด “โยโย่” เย้! จบแบบ Happy Ending ค่ะ

เป็นเพื่อนกันได้ อ่านแล้วดีฝากแชร์ด้วยนะคะ

Line id : manussanank
Mobile : 089 447 2161